“ฟันผุจากขวดนม” คืออะไร? - บทความโดยแพทย์

อาจารย์ พรินทร์สุวรรณัง
เวชศาสตร์การสื่อความหมาย
พัฒนาการมนุษย์ (พัฒนาการเด็ก)
Bottlemouth Syndrome หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่า “ ฟันผุจากขวดนม ” เป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเกิดจากการได้รับ นม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ติดต่อกันเป็นเวลานาน ซึ่งมักเกิดขึ้นในเด็กที่ชอบดูดขวดนมก่อนนอนหรือพกขวดนมติดตัวตลอดวัน
อาการฟันผุจากขวดนมมักเกิดขึ้นที่ฟันหน้าบน และหากปล่อยไว้อาจรุนแรงจนต้องรักษาด้วยการถอนฟันหรือผ่าตัดในช่องปากภายใต้ยาสลบ!

สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง!
ถ้าลูกน้อยของคุณมีอาการเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณของ Bottlemouth Syndrome ได้
- เหงือกแดง และอักเสบ
- ช่องปากระคายเคือง
- ฟันมีลักษณะผิดปกติ เช่น ฟันเป็นรอยดำ มีรู หรือฟันเริ่มกร่อน
พ่อแม่ควรทำอย่างไร?
เพื่อป้องกันปัญหาฟันผุจากขวดนม คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลลูกน้อยได้ด้วยวิธีเหล่านี้ :
- ไม่ให้ลูกหลับพร้อมขวดนม! หลีกเลี่ยงการให้ลูกดูดนมหรือน้ำผลไม้ก่อนนอน เพราะน้ำตาลในเครื่องดื่มเหล่านี้จะติดค้างบนฟันตลอดคืน เพิ่มโอกาสในการเกิดฟันผุ
- ให้ลูกดื่มน้ำเปล่าหลังมื้ออาหาร น้ำจะช่วยชะล้างคราบน้ำตาลและลดความเสี่ยงในการเกิดฟันผุ
- ใช้ผ้าก๊อซทำความสะอาดช่องปาก หัวแปรงขนาดเล็ก ช่วยขจัดคราบนมที่ลิ้น คราบที่ติดในช่องปากนาน ลดการติดเชื้อแบคทีเรีย ลดการฟันผุ
- หลีกเลี่ยงการพกขวดนมตลอดวัน ควรให้ลูกดื่มนมหรือน้ำผลไม้เฉพาะเวลามื้ออาหารเท่านั้น เพื่อลดโอกาสที่น้ำตาลจะสะสมบนผิวฟัน
- ถ้าต้องให้ขวดก่อนนอน ควรใส่แค่น้ำเปล่า เพราะน้ำเปล่าไม่ก่อให้เกิดฟันผุเหมือนเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล

ผู้ดูแลคนอื่น ๆ ควรทำอะไร?
หากท่านเป็นคุณครู พี่เลี้ยงเด็ก หรือญาติที่ดูแลเด็กเล็ก ควรช่วยสังเกตอาการและ ควรแจ้งพ่อแม่ให้พาลูกไปตรวจฟันกับทันตแพทย์ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจลุกลาม
ฟันผุจากขวดนมเป็นปัญหาที่พ่อแม่สามารถป้องกันได้ การสร้างนิสัยการกินที่ดีตั้งแต่เด็ก จะช่วยให้ลูกมีฟันแข็งแรงและสุขภาพช่องปากที่ดีไปตลอดชีวิต ดังนั้น หยุดพฤติกรรมให้ลูกดูดนมก่อนนอน และเปลี่ยนมาให้ดื่มน้ำแทน เพียงเท่านี้ก็สามารถลดความเสี่ยงจาก Bottlemouth Syndrome ได้แล้ว!
แนะนำ! พาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำตั้งแต่อายุ 1 ขวบขึ้นไป เพื่อให้แน่ใจว่าฟันของลูกแข็งแรงและไม่มีปัญหาฟันผุ!


