แชร์

ลูกชอบเอามือเข้าปาก: ควรดูแลอย่างไร ? - บทความโดยแพทย์

อัพเดทล่าสุด: 23 ก.พ. 2026
444 ผู้เข้าชม
ลูกชอบ เอามือเข้าปาก
บทความโดย
อ.พญ.ลลิต ลีลาทิพย์กุล
กุมารแพทย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

       หนึ่งในพฤติกรรมที่พบบ่อยในทารกคือการเอามือเข้าปาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และพัฒนาระบบประสาทสัมผัส ทารกใช้ปากสำรวจสิ่งรอบตัว คล้ายกับการใช้มือของผู้ใหญ่ในการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาการเคี้ยวและดูด ซึ่งช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อปากและเตรียมพร้อมสำหรับการรับประทานอาหารแข็งในอนาคต

ทำไมลูกชอบเอามือเข้าปาก?

1.       พัฒนาการทางประสาทสัมผัส (Oral Exploration)
  • ทารกแรกเกิดมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติในการดูด (Sucking Reflex) และค้นหาหัวนมแม่เพื่อรับนม
  • การนำมือเข้าปากเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา Sensory Integration ช่วยให้ทารกเข้าใจโลกผ่านการสัมผัสทางปาก
2.       การปลอบโยนตนเอง (Self-Soothing Mechanism)
  • การดูดนิ้วหรือมือช่วยให้ทารกรู้สึกปลอดภัย ลดความเครียด และช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น
  • ฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน (Endorphins) อาจถูกปล่อยออกมาขณะดูด ทำให้รู้สึกสงบและสบายตัว
3.       สัญญาณของการเริ่มขึ้นฟัน (Teething Process)
  • ทารกบางคนเริ่มมีอาการคันเหงือกและเจ็บเหงือกตั้งแต่อายุ 3-6 เดือน
  • น้ำลายไหลมากขึ้น และมีอาการหงุดหงิดร่วมกับการชอบกัดของเล่นหรือมือของตัวเอง
4.       พฤติกรรมตามธรรมชาติ (Normal Behavioral Development)
  • เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้ทารกพัฒนาการควบคุมกล้ามเนื้อปาก
  • การทำซ้ำพฤติกรรมนี้ช่วยพัฒนาการทำงานประสานกันระหว่างตา มือ และปาก

วิธีดูแล เมื่อ ลูกชอบเอามือเข้าปาก 

วิธีดูแลเมื่อลูกชอบเอามือเข้าปาก

1.       รักษาความสะอาดของมือเพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายลูก
  • ควรล้างมือของลูกเป็นประจำด้วยน้ำและสบู่ที่อ่อนโยน ปราศจากสารเคมีรุนแรง
  • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์หรือสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
2.       ใช้ทิชชู่เปียกสำหรับเด็กที่ปลอดภัย
  • ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิว
  • เลือกสูตรที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ มีค่า pH balanced ที่เหมาะสม อ่อนโยนต่อผิวเด็ก ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียโดยไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว
3.       ใช้ทิชชู่แห้งสำหรับเด็ก
  • ควรเลือกทิชชู่แห้งที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายจากพืชไฟเบอร์ 100% ซึ่งมีเนื้อสัมผัสนุ่ม ไม่เป็นขุย และไม่ฉีกขาดง่าย
  • ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารเคมีเติมแต่งหรือสารเรืองแสง เพื่อป้องกันการระคายเคือง
  • สามารถใช้ทำความสะอาดมือและปากได้อย่างปลอดภัย รวมถึงสามารถสัมผัสอาหารได้โดยตรง
4.       ทำความสะอาดของเล่นและของใช้ประจำวัน
  • ใช้ผ้าหรือทิชชู่ที่ปลอดภัยต่อเด็กเช็ดทำความสะอาดของเล่นที่ลูกชอบนำเข้าปากเป็นประจำ
  • หลีกเลี่ยงของเล่นที่มีสารเคมีหรือสีที่อาจละลายได้เมื่อสัมผัสน้ำลาย
5.       สังเกตพฤติกรรมและสัญญาณผิดปกติ
  • หากลูกมีอาการน้ำลายไหลมากเกินไป ร้องไห้บ่อย หรือมีผื่นรอบปาก พาไปปรึกษากุมารแพทย์
  • หากพบว่าลูกเอาสิ่งของเข้าปากบ่อยจนเกินไป ควรตรวจสอบว่าเป็นพฤติกรรมปกติหรือสัญญาณของภาวะขาดธาตุอาหารบางชนิด เช่น ภาวะขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency) ซึ่งอาจส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมชอบเคี้ยวสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร



สรุป
การเอามือเข้าปากของทารกเป็นพัฒนาการที่ปกติ แต่พ่อแม่ควรใส่ใจเรื่องสุขอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อเด็ก เช่น ทิชชู่เปียกและทิชชู่แห้งที่ปราศจากสารเคมีอันตราย จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการระคายเคืองและช่วยให้ลูกเรียนรู้สิ่งรอบตัวได้อย่างปลอดภัย การดูแลสุขอนามัยที่ดีเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ลูกเติบโตแข็งแรงและปลอดภัยในทุกพัฒนาการ


บทความที่เกี่ยวข้อง
3 เทคนิคชงนมอย่างไรไม่ให้ลูกท้องอืด?
สาเหตุที่ลูกท้องอืดเนื่องจากขวดนมบางชนิดอากาศสามารถเข้าไปอยู่ในขวดนม ซึ่งทำให้ลูกน้อยมีโอกาสท้องอืดได้ ด้วยเหตุนี้คุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ มาดูวิธีชงนมให้ลูกน้อยอย่างถูกวิธีกันคะ
19 ก.ย. 2024
ผลไม้ยอดฮิตสำหรับลูกน้อย 6 เดือนขึ้นไป
อร่อยได้ทุกฤดู ผลไม้ยอดฮิตสำหรับลูกน้อย 6 เดือนขึ้นไปคำแนะนำ : การกินผลไม้ สำหรับลูกน้อยควรเริ่มจากน้ำผลไม้คั้นสดดีที่สุดควรหลีกเลี่ยง ผลไม้ที่มียางและมีเมล็ดเล็กๆ
18 ก.ย. 2024
โคลิค_คือ
ทารกร้องไห้ตอนกลางคืนเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อใดที่ลูกร้องไม่หยุด หลายชั่วโมง หลายคืนติดต่อกัน แถมไม่ว่าจะอุ้ม กล่อม หรือให้นมก็ไม่ดีขึ้น คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเริ่มสงสัย... "เอ๊ะ ลูกเราเป็นโคลิคหรือเปล่านะ?" เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่เลยค่ะ พอได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกที่ดังไม่หยุด คืนแล้วคืนเล่าที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกสงบ แต่ดูเหมือนไม่มีอะไรช่วยได้ ซึ่งนี่อาจเป็นสัญญาณของภาวะที่เรียกว่า "โคลิค" ซึ่งพบได้บ่อยในทารกแรกเกิด
18 เม.ย. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy