การเตรียมความพร้อมอวัยวะที่ใช้ในการพูด: Oral Motor Exercise - บทความแพทย์
อัพเดทล่าสุด: 9 ก.ค. 2025
542 ผู้เข้าชม

บทความโดย
อาจารย์ พรินทร์ สุวรรณัง
เวชศาสตร์การสื่อความหมาย
พัฒนาการมนุษย์ (พัฒนาการเด็ก)
เมื่อลูกน้อยอยู่ในวัยอ้อแอ้ เล่นเสียงสูง-ต่ำ นั่นเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการอยากจะพูดสื่อสารของลูกน้อย การพัฒนาทักษะการพูดในเด็กต้องอาศัยการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อหลายส่วนในช่องปาก ได้แก่ ริมฝีปาก ลิ้น เพดานอ่อน และขากรรไกร การฝึกกล้ามเนื้อในช่องปาก (Oral Motor Exercise) เป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการควบคุมของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียง การเคี้ยว และการกลืน เด็กที่มีปัญหาด้านการพูด เช่น ออกเสียงไม่ชัด (articulation disorder) หรือมีความผิดปกติในการกลืน (dysphagia) อาจได้รับประโยชน์จากการฝึกฝนกล้ามเนื้อในช่องปากเพื่อช่วยพัฒนาและปรับปรุงทักษะดังกล่าว คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการพูดด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้

วิธีการฝึกกล้ามเนื้อในช่องปากสำหรับเด็ก
1. การฝึกริมฝีปาก
การเป่าลม: ให้เด็กเป่าฟองสบู่ เป่าลูกโป่ง หรือเป่านกหวีด เพื่อฝึกการควบคุมลมหายใจและความแข็งแรงของริมฝีปาก
การดูด: ใช้หลอดดูดน้ำหรือดูดโยเกิร์ตเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อริมฝีปากและลิ้น
การยิ้มและจูบอากาศ: ให้เด็กยิ้มกว้างแล้วเม้มปากเป็นรูปจูบสลับกัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของริมฝีปาก
2. การฝึกลิ้น
การแลบลิ้น: ให้เด็กแลบลิ้นออกมาแล้วพยายามแตะจมูกและคางสลับกัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของลิ้น
กระตุ้นความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ: สามารถใช้ผ้าก๊อซทำความสะอาดช่องปากแบบสวมนิ้วนวดบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง เพื่อกระตุ้นระบบสัมผัสในช่องปาก และเพื่อความสะอาดของช่องปาก
การเลียริมฝีปาก: ให้เด็กใช้ลิ้นเลียรอบริมฝีปากทั้งบนและล่างเป็นวงกลม หรือใช้ผ้าก๊อซสะอาดแตะบริเวณริมฝีปากเพื่อให้เด็กยกลิ้นตาม
3. การฝึกขากรรไกร
การกัดและเคี้ยว: ให้เด็กเคี้ยวอาหารที่มีความเหนียว เช่น หมากฝรั่ง หรือขนมปังแข็ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของขากรรไกร
การอ้าปากและเม้มปิดปาก: ให้เด็กอ้าปากกว้างค้างไว้สองสามวินาที แล้วเม้มปากช้า ๆ เพื่อฝึกการควบคุมขากรรไกร
4. การฝึกเพดานอ่อนและลำคอ
การออกเสียงพยัญชนะกลุ่ม K และ G: เช่น คะ กะ ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อเพดานอ่อน
การกลั้วคอ: ให้เด็กๆ ลองกลั้วคอด้วยน้ำเพื่อลดความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ

ประโยชน์ของการฝึก Oral Motor Exercise
อาจารย์ พรินทร์ สุวรรณัง
เวชศาสตร์การสื่อความหมาย
พัฒนาการมนุษย์ (พัฒนาการเด็ก)
เมื่อลูกน้อยอยู่ในวัยอ้อแอ้ เล่นเสียงสูง-ต่ำ นั่นเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการอยากจะพูดสื่อสารของลูกน้อย การพัฒนาทักษะการพูดในเด็กต้องอาศัยการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อหลายส่วนในช่องปาก ได้แก่ ริมฝีปาก ลิ้น เพดานอ่อน และขากรรไกร การฝึกกล้ามเนื้อในช่องปาก (Oral Motor Exercise) เป็นเทคนิคสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความแข็งแรง ความยืดหยุ่น และการควบคุมของกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียง การเคี้ยว และการกลืน เด็กที่มีปัญหาด้านการพูด เช่น ออกเสียงไม่ชัด (articulation disorder) หรือมีความผิดปกติในการกลืน (dysphagia) อาจได้รับประโยชน์จากการฝึกฝนกล้ามเนื้อในช่องปากเพื่อช่วยพัฒนาและปรับปรุงทักษะดังกล่าว คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการพูดด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้

วิธีการฝึกกล้ามเนื้อในช่องปากสำหรับเด็ก
1. การฝึกริมฝีปาก
การเป่าลม: ให้เด็กเป่าฟองสบู่ เป่าลูกโป่ง หรือเป่านกหวีด เพื่อฝึกการควบคุมลมหายใจและความแข็งแรงของริมฝีปาก
การดูด: ใช้หลอดดูดน้ำหรือดูดโยเกิร์ตเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อริมฝีปากและลิ้น
การยิ้มและจูบอากาศ: ให้เด็กยิ้มกว้างแล้วเม้มปากเป็นรูปจูบสลับกัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของริมฝีปาก
2. การฝึกลิ้น
การแลบลิ้น: ให้เด็กแลบลิ้นออกมาแล้วพยายามแตะจมูกและคางสลับกัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของลิ้น
กระตุ้นความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ: สามารถใช้ผ้าก๊อซทำความสะอาดช่องปากแบบสวมนิ้วนวดบริเวณกระพุ้งแก้มทั้งสองข้าง เพื่อกระตุ้นระบบสัมผัสในช่องปาก และเพื่อความสะอาดของช่องปาก
การเลียริมฝีปาก: ให้เด็กใช้ลิ้นเลียรอบริมฝีปากทั้งบนและล่างเป็นวงกลม หรือใช้ผ้าก๊อซสะอาดแตะบริเวณริมฝีปากเพื่อให้เด็กยกลิ้นตาม
3. การฝึกขากรรไกร
การกัดและเคี้ยว: ให้เด็กเคี้ยวอาหารที่มีความเหนียว เช่น หมากฝรั่ง หรือขนมปังแข็ง เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของขากรรไกร
การอ้าปากและเม้มปิดปาก: ให้เด็กอ้าปากกว้างค้างไว้สองสามวินาที แล้วเม้มปากช้า ๆ เพื่อฝึกการควบคุมขากรรไกร
4. การฝึกเพดานอ่อนและลำคอ
การออกเสียงพยัญชนะกลุ่ม K และ G: เช่น คะ กะ ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อเพดานอ่อน
การกลั้วคอ: ให้เด็กๆ ลองกลั้วคอด้วยน้ำเพื่อลดความตึงของกล้ามเนื้อบริเวณลำคอ

ประโยชน์ของการฝึก Oral Motor Exercise
- ช่วยให้เด็กออกเสียงได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะเด็กที่มีปัญหาการพูดไม่ชัด
- เพิ่มทักษะการควบคุมการกลืน ป้องกันปัญหาสำลักอาหารในเด็กที่มีความบกพร่องด้านกลืน
- เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในช่องปาก ทำให้เด็กสามารถเคี้ยวและกลืนอาหารได้ดีขึ้น
- ช่วยพัฒนาทักษะการใช้เสียงและลมหายใจ ส่งเสริมการออกเสียงที่ถูกต้องและเป็นธรรมชาติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
พ่อแม่มือใหม่ต้องเคยเจอปัญหาคลาสิกแบบนี้แน่นอน คือ ทารกท้องอืด ด้วยความที่เขายังแบเบาะ พูดไม่ได้ ซึ่งนอกจากทำให้ลูกหงุดหงิดแล้ว ยังอาจทำให้กินนมได้น้อย นอนไม่หลับ และดูอึดอัดไปหมด แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าเด็กทารกท้องอืดจริงๆ? มันเกิดจากอะไรได้บ้าง? เผื่อจะปรับให้ลูกสบายตัวมากขึ้นมาหาคำตอบไปด้วยกันค่ะ!
18 เม.ย. 2025
การดูแลทารกและเด็กเล็กอย่างเหมาะสมโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยครั้ง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อการป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ผื่นผ้าอ้อม (diaper rash) หรือการติดเชื้อที่ผิวหนังซึ่งมักเกิดจากความอับชื้น การใช้แผ่นรองกันปัสสาวะจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยเสริมสร้างสุขอนามัย และลดภาระของผู้ดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ
30 มิ.ย. 2025
เสียงร้องของลูกน้อยเป็นเรื่องที่พ่อแม่มือใหม่ต้องเผชิญ บางครั้งไม่ใช่เสียงร้องธรรมดาทั่วไปน่ะสิ ลูกร้องเหมือนจะขาดใจบ้าง ร้องแผดบ้าง ทำให้ใจคนเป็นพ่อเป็นแม่คอยกังวลไปด้วยว่า "ลูกเป็นอะไรหรือเปล่า?" "ทำไมร้องไม่หยุดสักที" " หรือเราเผลอทำอะไรผิดหรือเปล่านะ" ที่จริงแล้ว ถ้าสังเกตดีๆ ลูกน้อยอาจจะต้องการสื่อสารอะไรบ้างอย่างก็ได้ โดยผ่านการร้องไห้อยู่ค่ะ
18 เม.ย. 2025


