ลูกชอบเอามือเข้าปาก: ควรดูแลอย่างไร ? - บทความโดยแพทย์
Last updated: 23 Feb 2026
1067 Views

บทความโดย
อ.พญ.ลลิต ลีลาทิพย์กุล
กุมารแพทย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หนึ่งในพฤติกรรมที่พบบ่อยในทารกคือการเอามือเข้าปาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และพัฒนาระบบประสาทสัมผัส ทารกใช้ปากสำรวจสิ่งรอบตัว คล้ายกับการใช้มือของผู้ใหญ่ในการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาการเคี้ยวและดูด ซึ่งช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อปากและเตรียมพร้อมสำหรับการรับประทานอาหารแข็งในอนาคต
ทำไมลูกชอบเอามือเข้าปาก?
1. พัฒนาการทางประสาทสัมผัส (Oral Exploration)
2. การปลอบโยนตนเอง (Self-Soothing Mechanism)
3. สัญญาณของการเริ่มขึ้นฟัน (Teething Process)
4. พฤติกรรมตามธรรมชาติ (Normal Behavioral Development)
วิธีดูแลเมื่อลูกชอบเอามือเข้าปาก
1. รักษาความสะอาดของมือเพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายลูก
2. ใช้ทิชชู่เปียกสำหรับเด็กที่ปลอดภัย
3. ใช้ทิชชู่แห้งสำหรับเด็ก
4. ทำความสะอาดของเล่นและของใช้ประจำวัน
5. สังเกตพฤติกรรมและสัญญาณผิดปกติ
สรุป
การเอามือเข้าปากของทารกเป็นพัฒนาการที่ปกติ แต่พ่อแม่ควรใส่ใจเรื่องสุขอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อเด็ก เช่น ทิชชู่เปียกและทิชชู่แห้งที่ปราศจากสารเคมีอันตราย จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการระคายเคืองและช่วยให้ลูกเรียนรู้สิ่งรอบตัวได้อย่างปลอดภัย การดูแลสุขอนามัยที่ดีเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ลูกเติบโตแข็งแรงและปลอดภัยในทุกพัฒนาการ
อ.พญ.ลลิต ลีลาทิพย์กุล
กุมารแพทย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หนึ่งในพฤติกรรมที่พบบ่อยในทารกคือการเอามือเข้าปาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการตามธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และพัฒนาระบบประสาทสัมผัส ทารกใช้ปากสำรวจสิ่งรอบตัว คล้ายกับการใช้มือของผู้ใหญ่ในการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาการเคี้ยวและดูด ซึ่งช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อปากและเตรียมพร้อมสำหรับการรับประทานอาหารแข็งในอนาคต
ทำไมลูกชอบเอามือเข้าปาก?
1. พัฒนาการทางประสาทสัมผัส (Oral Exploration)
- ทารกแรกเกิดมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติในการดูด (Sucking Reflex) และค้นหาหัวนมแม่เพื่อรับนม
- การนำมือเข้าปากเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา Sensory Integration ช่วยให้ทารกเข้าใจโลกผ่านการสัมผัสทางปาก
2. การปลอบโยนตนเอง (Self-Soothing Mechanism)
- การดูดนิ้วหรือมือช่วยให้ทารกรู้สึกปลอดภัย ลดความเครียด และช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น
- ฮอร์โมนเอนดอร์ฟิน (Endorphins) อาจถูกปล่อยออกมาขณะดูด ทำให้รู้สึกสงบและสบายตัว
3. สัญญาณของการเริ่มขึ้นฟัน (Teething Process)
- ทารกบางคนเริ่มมีอาการคันเหงือกและเจ็บเหงือกตั้งแต่อายุ 3-6 เดือน
- น้ำลายไหลมากขึ้น และมีอาการหงุดหงิดร่วมกับการชอบกัดของเล่นหรือมือของตัวเอง
4. พฤติกรรมตามธรรมชาติ (Normal Behavioral Development)
- เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ช่วยให้ทารกพัฒนาการควบคุมกล้ามเนื้อปาก
- การทำซ้ำพฤติกรรมนี้ช่วยพัฒนาการทำงานประสานกันระหว่างตา มือ และปาก
วิธีดูแลเมื่อลูกชอบเอามือเข้าปาก
1. รักษาความสะอาดของมือเพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายลูก
- ควรล้างมือของลูกเป็นประจำด้วยน้ำและสบู่ที่อ่อนโยน ปราศจากสารเคมีรุนแรง
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์หรือสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง
2. ใช้ทิชชู่เปียกสำหรับเด็กที่ปลอดภัย
- ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองผิว
- เลือกสูตรที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ มีค่า pH balanced ที่เหมาะสม อ่อนโยนต่อผิวเด็ก ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และช่วยลดการสะสมของแบคทีเรียโดยไม่ทำลายเกราะป้องกันผิว
3. ใช้ทิชชู่แห้งสำหรับเด็ก
- ควรเลือกทิชชู่แห้งที่ทำจากธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้ายจากพืชไฟเบอร์ 100% ซึ่งมีเนื้อสัมผัสนุ่ม ไม่เป็นขุย และไม่ฉีกขาดง่าย
- ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารเคมีเติมแต่งหรือสารเรืองแสง เพื่อป้องกันการระคายเคือง
- สามารถใช้ทำความสะอาดมือและปากได้อย่างปลอดภัย รวมถึงสามารถสัมผัสอาหารได้โดยตรง
4. ทำความสะอาดของเล่นและของใช้ประจำวัน
- ใช้ผ้าหรือทิชชู่ที่ปลอดภัยต่อเด็กเช็ดทำความสะอาดของเล่นที่ลูกชอบนำเข้าปากเป็นประจำ
- หลีกเลี่ยงของเล่นที่มีสารเคมีหรือสีที่อาจละลายได้เมื่อสัมผัสน้ำลาย
5. สังเกตพฤติกรรมและสัญญาณผิดปกติ
- หากลูกมีอาการน้ำลายไหลมากเกินไป ร้องไห้บ่อย หรือมีผื่นรอบปาก พาไปปรึกษากุมารแพทย์
- หากพบว่าลูกเอาสิ่งของเข้าปากบ่อยจนเกินไป ควรตรวจสอบว่าเป็นพฤติกรรมปกติหรือสัญญาณของภาวะขาดธาตุอาหารบางชนิด เช่น ภาวะขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency) ซึ่งอาจส่งผลให้เด็กมีพฤติกรรมชอบเคี้ยวสิ่งของที่ไม่ใช่อาหาร
สรุป
การเอามือเข้าปากของทารกเป็นพัฒนาการที่ปกติ แต่พ่อแม่ควรใส่ใจเรื่องสุขอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อเด็ก เช่น ทิชชู่เปียกและทิชชู่แห้งที่ปราศจากสารเคมีอันตราย จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดการระคายเคืองและช่วยให้ลูกเรียนรู้สิ่งรอบตัวได้อย่างปลอดภัย การดูแลสุขอนามัยที่ดีเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ลูกเติบโตแข็งแรงและปลอดภัยในทุกพัฒนาการ
Related Content
หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า“หัวทุย” มีศีรษะที่สวยกลมได้รูป ซึ่งการดูแลศีรษะลูกน้อยในช่วงแรกเกิดจนถึงขวบปีแรกก็สำคัญ ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่กะโหลกศีรษะของเด็กทารกยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ หากดูแลไม่เหมาะสม อาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ หัวแบน หรือแม้กระทั่ง หัวเบี้ยว ได้
6 Aug 2025
เนื่องจากต่อมน้ำลายเริ่มทำงานมากขึ้น บางคนจะน้ำลายไหลออกมาจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม บริเวณลำคอ และหน้าอก ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของพัฒนาการเด็ก แต่ถ้าไม่ได้ดูแลอย่างเหมาะสมก็อาจทำให้ผิวลูกน้อยระคายเคืองหรืออักเสบ
21 Aug 2025
ยุง เป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทุกบ้านต้องพบเจอ ทั้งร้องงอแง คัน จนบางทีเป็นผื่นเป็นตุ่มแดง พ่อแม่จึงต้องพยายามกีดกันเจ้ายุงตัวร้ายออกจากลูกน้อยให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่อลูกโดนยุงกัดเป็นตุ่มแดง ในบางคนจะกลายเป็นรอยดำ รักษาให้หายยากกว่าเดิมอีกด้วย
28 Jan 2025


