5 วิธีอยากให้ลูกหัวทุยสวย ต้องทำอย่างไร ?
Last updated: 5 Jun 2025
6678 Views

หัวทุย คือ อะไร ?
หัวทุย คือ ลักษณะของศีรษะที่มีความกลมมนและนูนด้านหลังอย่างสมส่วน โดยเฉพาะบริเวณศีรษะด้านหลัง ไม่แบน บุ๋มลงไปหรือว่าเบี้ยวผิดรูป ซึ่งเป็นค่านิยมในสังคมว่า หัวทุย คือ ลักษณะของศีรษะที่สวยงาม ช่วยให้เด็กดูน่ารักขึ้น และยังช่วยเรื่องการพัฒนาการสมองที่ดีด้วย
ลักษณะหัวทุย เป็นแบบไหน ?
ทารกหัวทุยสามารถสังเกตได้จากลักษณะตามนี้
ด้านหลังศีรษะนูนออกอย่างเป็นธรรมชาติ ท้ายทอยมีความโค้งมน ไม่แบนราบหรือมีรอยบุ๋ม
ศีรษะจะกลมสมดุลกันทั้งซ้ายขวา มีความสมมาตร ไม่เอียง ไม่ผิดรูปหรือบิดเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง
รูปทรงของศีรษะได้สัดส่วน มีขนาดที่เหมาะสมกับขนาดของใบหน้าและลำตัว
วิธีทำให้ลูกหัวทุยสวยงาม
จัดท่านอนลูกให้เหมาะสม
แม้ทารกแรกจะนอนหงายเป็นหลัก แต่การนอนท่าเดิมซ้ำ ๆ นี่แหละค่ะ คือต้นเหตุที่ทำให้เด็กมีหัวแบนหรือหัวเบี้ยวได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรปรับเปลี่ยนท่านอนให้ลูกบ่อย ๆ ตามช่วงอายุ
ช่วงแรกเกิด - 3 เดือน
ให้ลูกนอนหงายสลับกับหันหน้าไปทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ลองสังเกตพฤติกรรมการนอนของลูกดูว่าเขาชอบนอนหันหน้าหรือตะแคงไปด้านไหน พ่อแม่ก็ต้องคอยสลับไปอีกด้านให้บ้าง
ช่วง 4 - 6 เดือน
เป็นช่วงอายุที่ลูกน้อยเริ่มชันคอได้แล้ว อาจเริ่มฝึกนอนคว่ำบ้าง แต่ก็ควรมีผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ศีรษะไม่แบนและหายใจสะดวก การนอนคว่ำจะช่วยให้ศีรษะด้านหลังไม่ถูกกดทับ และช่วยพัฒนากล้ามเนื้อคอ ไหล่และพัฒนาการเรื่องการเคลื่อนไหวของเด็กได้ด้วย
ช่วง 7 - 12 เดือน
ลูกน้อยจะเริ่มแข็งแรงและพลิกตัวนอนคว่ำนอนหงายได้เองแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถปล่อยให้ลูกได้นอนในท่าที่สบายของเขา แต่ก็ห้ามละเลยเด็ดขาด ควรอยู่ใกล้ ๆ เพื่อระวังความปลอดภัยตอนนอนของลูกด้วย
2. เลือกใช้หมอนที่เหมาะสม
การนอนที่ดีก็เริ่มจากการเลือกใช้หมอนที่ช่วยพยุงศีรษะของลูกให้เข้ารูป อาจจะเลือกเป็นหมอนหลุมหรือ หมอนหัวทุย ที่ช่วยให้ศีรษะของลูกไม่แบนราบ ไม่บางและไม่สูงเกินไป อย่างหมอนรองศีรษะ BABY TATTOO ที่ออกแบบมาสำหรับทารกโดยเฉพาะ ปรับรูปทรงได้ 3 ด้าน เพื่อให้ศีรษะของลูกมีรูปทรงที่สวยงามที่สุด ระบายอากาศได้ดี แถมยังป้องกันแบคทีเรียและไรฝุ่นที่อาจทำให้ลูกแพ้อีกด้วย
3. เปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ
ไม่ว่าจะคุณพ่อหรือคุณแม่ หากจะต้องเลี้ยงลูกเล็กควรเปลี่ยนท่าอุ้มลูกน้อยบ่อย ๆ เพราะการอุ้มถือเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดแรงกดทับตรงศีรษะจากการที่ทารกต้องนอนมากจนเกินไป และควรเลือกท่าอุ้มลูกที่ศีรษะของลูกไม่ถูกกดทับ เช่น อุ้มพาดบ่า อุ้มหันหน้าเข้าหาตัวหรืออุ้มแบบตะแคง
4. คุณแม่ควรให้นมลูกจากเต้าทั้งสองข้าง
การให้ลูกดูดนมจากเต้าทั้งสองข้าง สลับกันอย่างน้อยทุก ๆ 10-15 นาที จะช่วยให้ศีรษะของลูกเข้ารูปและมีโอกาสหัวทุยสวยขึ้นได้ เพราะการหันศีรษะสลับข้างไปมาเพื่อล็อกจุกนมแม่เป็นการช่วยกระจายแรงกดทับบนศีรษะอย่างสมดุล ลดความเสี่ยงที่ศีรษะจะเบี้ยวหรือแบนจากการหันไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป แถมยังช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อคอทำงานได้ตามพัฒนาการของเด็กด้วย
5. ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
แม้ว่าการดูแลเบื้องต้นจะช่วยให้ลูกมีหัวทุยสวยได้ แต่หากพบว่าศีรษะของลูกนั้นเริ่มเบี้ยวหรือผิดรูปมากเกินไป ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้แพทย์พิจารณาการรักษาได้อย่างตรงจุด ซึ่งควรมาพบแพทย์ในช่วงที่ลูกอายุ 4 - 12 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่กะโหลกศีรษะไม่แข็งแรง ยังสามารถปรับให้เข้ารูปได้ง่าย ๆ
การช่วยให้ลูกมีศีรษะทุยสวยสามารถทำได้ตั้งแต่แรกเกิด เน้นที่การดูแลเอาใจใส่ในทุกการเคลื่อนไหวของลูก คอยระมัดระวังไม่ให้ลูกอยู่ในท่าใดนาน ๆ และความสม่ำเสมอในการดูแลของพ่อแม่นี้ จะช่วยทำให้ลูกน้อยมีหัวทุย ศีรษะกลมสวยสมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน
หัวทุย คือ ลักษณะของศีรษะที่มีความกลมมนและนูนด้านหลังอย่างสมส่วน โดยเฉพาะบริเวณศีรษะด้านหลัง ไม่แบน บุ๋มลงไปหรือว่าเบี้ยวผิดรูป ซึ่งเป็นค่านิยมในสังคมว่า หัวทุย คือ ลักษณะของศีรษะที่สวยงาม ช่วยให้เด็กดูน่ารักขึ้น และยังช่วยเรื่องการพัฒนาการสมองที่ดีด้วย
ลักษณะหัวทุย เป็นแบบไหน ?
ทารกหัวทุยสามารถสังเกตได้จากลักษณะตามนี้
ด้านหลังศีรษะนูนออกอย่างเป็นธรรมชาติ ท้ายทอยมีความโค้งมน ไม่แบนราบหรือมีรอยบุ๋ม
ศีรษะจะกลมสมดุลกันทั้งซ้ายขวา มีความสมมาตร ไม่เอียง ไม่ผิดรูปหรือบิดเบี้ยวไปด้านใดด้านหนึ่ง
รูปทรงของศีรษะได้สัดส่วน มีขนาดที่เหมาะสมกับขนาดของใบหน้าและลำตัว
วิธีทำให้ลูกหัวทุยสวยงาม
จัดท่านอนลูกให้เหมาะสม
แม้ทารกแรกจะนอนหงายเป็นหลัก แต่การนอนท่าเดิมซ้ำ ๆ นี่แหละค่ะ คือต้นเหตุที่ทำให้เด็กมีหัวแบนหรือหัวเบี้ยวได้ คุณพ่อคุณแม่จึงควรปรับเปลี่ยนท่านอนให้ลูกบ่อย ๆ ตามช่วงอายุ
ช่วงแรกเกิด - 3 เดือน
ให้ลูกนอนหงายสลับกับหันหน้าไปทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ลองสังเกตพฤติกรรมการนอนของลูกดูว่าเขาชอบนอนหันหน้าหรือตะแคงไปด้านไหน พ่อแม่ก็ต้องคอยสลับไปอีกด้านให้บ้าง
ช่วง 4 - 6 เดือน
เป็นช่วงอายุที่ลูกน้อยเริ่มชันคอได้แล้ว อาจเริ่มฝึกนอนคว่ำบ้าง แต่ก็ควรมีผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ศีรษะไม่แบนและหายใจสะดวก การนอนคว่ำจะช่วยให้ศีรษะด้านหลังไม่ถูกกดทับ และช่วยพัฒนากล้ามเนื้อคอ ไหล่และพัฒนาการเรื่องการเคลื่อนไหวของเด็กได้ด้วย
ช่วง 7 - 12 เดือน
ลูกน้อยจะเริ่มแข็งแรงและพลิกตัวนอนคว่ำนอนหงายได้เองแล้ว คุณพ่อคุณแม่สามารถปล่อยให้ลูกได้นอนในท่าที่สบายของเขา แต่ก็ห้ามละเลยเด็ดขาด ควรอยู่ใกล้ ๆ เพื่อระวังความปลอดภัยตอนนอนของลูกด้วย
2. เลือกใช้หมอนที่เหมาะสม
การนอนที่ดีก็เริ่มจากการเลือกใช้หมอนที่ช่วยพยุงศีรษะของลูกให้เข้ารูป อาจจะเลือกเป็นหมอนหลุมหรือ หมอนหัวทุย ที่ช่วยให้ศีรษะของลูกไม่แบนราบ ไม่บางและไม่สูงเกินไป อย่างหมอนรองศีรษะ BABY TATTOO ที่ออกแบบมาสำหรับทารกโดยเฉพาะ ปรับรูปทรงได้ 3 ด้าน เพื่อให้ศีรษะของลูกมีรูปทรงที่สวยงามที่สุด ระบายอากาศได้ดี แถมยังป้องกันแบคทีเรียและไรฝุ่นที่อาจทำให้ลูกแพ้อีกด้วย
3. เปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ
ไม่ว่าจะคุณพ่อหรือคุณแม่ หากจะต้องเลี้ยงลูกเล็กควรเปลี่ยนท่าอุ้มลูกน้อยบ่อย ๆ เพราะการอุ้มถือเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดแรงกดทับตรงศีรษะจากการที่ทารกต้องนอนมากจนเกินไป และควรเลือกท่าอุ้มลูกที่ศีรษะของลูกไม่ถูกกดทับ เช่น อุ้มพาดบ่า อุ้มหันหน้าเข้าหาตัวหรืออุ้มแบบตะแคง
4. คุณแม่ควรให้นมลูกจากเต้าทั้งสองข้าง
การให้ลูกดูดนมจากเต้าทั้งสองข้าง สลับกันอย่างน้อยทุก ๆ 10-15 นาที จะช่วยให้ศีรษะของลูกเข้ารูปและมีโอกาสหัวทุยสวยขึ้นได้ เพราะการหันศีรษะสลับข้างไปมาเพื่อล็อกจุกนมแม่เป็นการช่วยกระจายแรงกดทับบนศีรษะอย่างสมดุล ลดความเสี่ยงที่ศีรษะจะเบี้ยวหรือแบนจากการหันไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป แถมยังช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อคอทำงานได้ตามพัฒนาการของเด็กด้วย
5. ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
แม้ว่าการดูแลเบื้องต้นจะช่วยให้ลูกมีหัวทุยสวยได้ แต่หากพบว่าศีรษะของลูกนั้นเริ่มเบี้ยวหรือผิดรูปมากเกินไป ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อให้แพทย์พิจารณาการรักษาได้อย่างตรงจุด ซึ่งควรมาพบแพทย์ในช่วงที่ลูกอายุ 4 - 12 เดือน เนื่องจากเป็นช่วงที่กะโหลกศีรษะไม่แข็งแรง ยังสามารถปรับให้เข้ารูปได้ง่าย ๆ
การช่วยให้ลูกมีศีรษะทุยสวยสามารถทำได้ตั้งแต่แรกเกิด เน้นที่การดูแลเอาใจใส่ในทุกการเคลื่อนไหวของลูก คอยระมัดระวังไม่ให้ลูกอยู่ในท่าใดนาน ๆ และความสม่ำเสมอในการดูแลของพ่อแม่นี้ จะช่วยทำให้ลูกน้อยมีหัวทุย ศีรษะกลมสวยสมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน
Related Content
Delicious in every season. Popular fruits for babies 6 months and older. Recommendations: When introducing fruits to babies, start with freshly squeezed juice. Avoid fruits with latex and small seeds.
18 Sept 2024
เด็กเล็กในช่วงที่ยังไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายได้ดี การเลือกแผ่นรองปัสสาวะที่เหมาะสมและมีคุณภาพเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม
6 Oct 2026
สำลีก้าน แม้จะเป็นอุปกรณ์ชิ้นเล็ก แต่การเลือกใช้ให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ จะช่วยให้การทำความสะอาดง่ายขึ้น เพื่อดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ และปลอดภัยในทุกวัน
6 Jul 2026


